นิทานเรื่องนี้ผมแต่งให้เพื่อนคนนึงเอาไปใช้ในวิชาการแปลภาษาญี่ปุ่นของมัน - -
ดังนั้นคำว่าสตอเบอร์รี่ในเรื่องก็เลยเป็นคำว่าอิจิโกะ
แน่ล่ะ.....ก็อิจิโกะเดียวกับไอ้หัวส้มในเรื่องบลีชนั่นแหล่ะ
.
.
ช่วงนี้มีเรื่องต่างๆเกิดขึ้นมากมายนะครับ
การรัฐประหารในคืนวันที่19กันยายนที่ผ่านมา
(ซึ่งออกจะเป็นรัฐประหารที่ดูน่ารักหน่อมแน้มที่สุดในโลกกระมัง 555 มีชาวบ้านอุ้มลูกไปยืนล้อมรถถังถ่ายรูปเนี่ย ความน่ากลัวหายไปทันที90%)
ผมดีใจที่รัฐประหารงวดนี้ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง
ขอให้ประเทศไทยสงบสุขไวๆครับ
.
ส่วนการสอบก็กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้วนะครับ
ยังไงก็อย่าเครียดกับการสอบมากนักล่ะครับทุกคน ผมเป็นกำลังใจให้เสมอ
.
มาอ่านนิทานแก้เครียดกันเถอะครับ *-*
.
.
.
.
.
.
.
.
.
พวกเธอเคยสงสัยมั้ย ว่าทำไม สอตเบอร์รี่ถึงถูกเรียกว่า อิจิโกะ
พ้องเสียงกับอิจิโกะที่แปลว่าทุ่มเทชีวิตปกป้องสิ่งเดียว
อิจิโกะ ชื่อที่แสดงถึงการได้รับความรักเปี่ยมล้นจากบิดาหรือมารดาที่เป็นผู้ตั้งชื่อให้
ทำไมถึงมองสตอเบอร์รี่แทนความหวานของความรัก ทั้งๆที่สตอเบอร์รี่นั้นมีรสเปรี้ยว
แต่เดิมนั้น สตอเบอร์รี่ไม่มีชื่อเรียกหรอก มันเป็นแค่ผลไม้ป่าที่มีสีแดงสด ด้วยรสชาติที่ติดจะเปรี้ยวมากกว่าหวานทำให้ไม่ค่อยมีใครชอบกินมันนัก หากแต่ต่อมาก็มีสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้คนหันมาให้ความสนใจกับเจ้าผลไม้สีสวยนี่
.
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งออกเดินทางเพียงลำพังไปกับนกของเขา เขาเดิน เดิน เดินไปเรื่อยๆ ก้าวเท้ามุ่งหน้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ ผ่านทุ่งหญ้าสีเขียว ผ่านนาข้าวสีทอง ล่องแพข้ามแม่น้ำสีฟ้า และเดินทางข้ามทะเลทรายสีแดง
เด็กหนุ่มกับนกของเขาเดินทางไปเรื่อยๆไม่รู้วันคืน และไม่เคยหยุด
ผู้คนมากมายได้พบเจอเขา บางคนเคยรู้จักเขามาก่อน แต่บางคนก็ไม่เคยรู้จัก
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มเป็นใครมาจากไหนและกำลังจะไปที่ไหน
ทุกครั้งที่มีคนถามคำถามนี้กับเขา เขาจะยิ้มกว้าง แล้วตอบเพียงว่า เขากำลังตามหาสิ่งๆหนึ่งอยู่ สิ่งที่จะเป็นยาวิเศษรักษาหญิงที่รักของเขาให้หายจากโรคร้าย
.
กระทั่งวันหนึ่งในฤดูร้อนเด็กหนุ่มเดินทางมาจนถึงหมู่บ้านริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่ง
เขาเดินไปเรื่อยๆจนถึงกอไผ่ริมฝั่งแม่น้ำ ก่อนที่จะหยุดลง และลงมือตัดไม้เพื่อที่จะสร้างบ้าน คนในหมู่บ้านต่างพากันมามุงดูคนแปลกหน้ากับนกของเขาที่กำลังช่วยกันตัดไม้สร้างบ้านอย่างขะมักเขม้น บ้างชี้ชวนกันดู บางคนสงสัย บางคนก็มีน้ำใจเข้าช่วย บางคนก็จดจำเขาได้และยื่นมือเข้าช่วยอีกแรง
ภายในเวลาไม่นาน บ้านไม้ไผ่ของเขาก็สร้างเสร็จ
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน กล่าวขออนุญาติอาศัยอยู่ด้วยเป็นเวลาซักระยะ โดยแลกกับการที่เขาจะกำจัดปีศาจที่คอยคุกคามหมู่บ้านให้
เดิมทีหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่กันอย่างสงบ หากแต่เมื่อไม่กี่ปีหลังมา ได้มีฝูงปีศาจบุกลงมายังหมู่บ้านและลักเอาตัวเด็กๆในหมู่บ้านไป โดยผู้คนทั้งหมู่บ้านต่างเชื่อกันว่าเกิดจากเจ้าเขาพิโรธที่พวกชาวบ้านส่งเครื่องเซ่นไหว้ช้าเกินไป จึงส่งข้ารับใช้ออกมาพาตัวเด็กๆในหมู่บ้านไปเป็นเครื่องเซ่น
แต่เรื่องกลับไม่ใช่เพียงแค่นั้น แม้ว่าชาวบ้านจะทำพิธีเซ่นไหว้จ้าเขาขึ้นไปซักเพียงใด ปีศาจก็ยังคงลงมาไม่หยุดหย่อน สร้างความหวาดหลัวให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง ทุกๆคืนวันเพ็ญปีศาจจะลงมายังหมู่บ้าน และหากมีเด็กคนไหนหลงเล่นอยู่นอกบ้านก็จะถูกจับตัวไปทันที
ในคืนก่อนคืนเพ็ญหลังจากวันนั้น เด็กหนุ่มรวบรวมพรรคพวกชายหนุ่มในหมู่บ้านและออกเดินทางขึ้นไปบนภูเขา ฝ่าฟันภัยอันตรายต่างๆ และบุกเข้าไปจนถึงรังของปีศาจ และกำจัดฝูงปีศาจทั้งหมดลงได้ในที่สุด
เด็กหนุ่มควักแก้วตาของหัวหน้าปีศาจออกมาได้ เขาเพ่งมองมันก่อนจะยิ้มอย่างยินดี
เขาเจอสิ่งที่ตามหาแล้ว
ตาของปีศาจ สามารถเป็นยารักษาโรคสารพัดชนิดได้ รวมถึงสามารถชุบชีวิตคนตายได้อีกด้วย
เด็กหนุ่มได้ยาวิเศษที่จะใช้รักษาหญิงอันเป็นที่รักของตนแล้ว แต่ว่าเขากลับไม่มีกำลังเหลือพอที่จะนำมันกลับไปยังสถานที่ที่เขาจากมาได้ ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้กับปีศาจ
แต่เขาก็ยังพยายามเดินทางกลับไป ยิ่งไปได้เร็วเท่าไหร่ ใกล้เท่าไหร่ยิ่งดี
.
กาลเวลาผันผ่านฤดูหนาวมาเยือน คืนหนึ่งขณะที่หิมะกำลังเริ่มโปรย เจ้านกน้อยก็บินคาบห่อผ้าผืนน้อยกลับมาถึงบ้านของเจ้านายตนเองในที่สุด ก่อนจะบินจากหายไปในหมอกขาว
เด็กหนุ่มไม่อาจนำยาวิเศษมามอบให้แก่มารดาของตนได้กับมือ
ในห่อผ้า นอกจากแก้วตาของปีศาจซึ่งเป็นยารักษาโรคแล้ว ยังมีผลไม้ป่าสีแดงสดลูกหนึ่งติดมาภายในด้วย
รสชาติของมันแม้จะเปรี้ยวแต่ขณะเดียวกันก็ซ่อนความหวานอยู่ภายใน
เป็นเสมือนตัวแทนความรู้สึกของผู้เป็นลูกชาย แม้จะรักมารดาเพียงใด แต่ก็ไม่อาจกลับมาหานางทั้งยังมีชีวิตได้
เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้น และความเศร้าของผู้เป็นมารดาค่อยคลายลง
ในเช้าแรกของฤดูใบไม้ผลิ เมื่อนางเปิดประตูบ้านออกมา ก็พบต้นไม้ป่าออกผลสีแดงสดสวยขึ้นเต็มรอบบริเวณบ้าน
นางทำได้เพียงยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะเรียกขานต้นไม้ต้นนั้นตามชื่อของบุตรชายเพียงคนเดียว
อิจิโกะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เช่นเคย
อย่าหักโหมกับหนังสือสอบมากนักล่ะครับ
ผมเป็นห่วงนะ - -+
.
.
.
ขอให้ประเทศไทยสงบสุข \(=A=)/!!!!!!
.
.
ปล. ปลาทองตายฉลองรัฐประหารไป4ตัวในคืนนั้น เหอๆ